|
ในการออกปฏิบัติธรรมนี้ท่านได้เคยร่วมธุดงค์ไปกับพระคณาจารย์ต่างๆดังนี้...
๑.ท่านพระครูสุทธิธรรมรังสี(พระอาจารย์เจี๊ย)
๒.พระอาจารย์เคล็ม
ปิยธโร
๓.พระอาจารย์พนมศักดิ์
๔.พระอาจารย์เด่น
๕.พระอาจารย์ดอกรัก
และเพื่อนสหธรรมิกอีกหลายๆท่านด้วยกัน
ต่อมานับตั้งแต่พรรษาที่๕ ท่านพระอาจารย์มหาถาวร ท่านเริ่มทุ่มเทกับการประพฤติปฏิบัติธรรมมากยิ่งขึ้น ท่านได้เล่าว่า...ไม่รู้ว่าอะไรมาดลจิตใจให้รีบเร่งบำเพ็ญเพียรอย่างหนักชนิดที่ว่า วันหนึ่งจะต้องบำเพ็ญภาวนาถึง ๒๐ ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ในความรู้สึกท่านพระอาจารย์บอกว่า มีแต่ความหิวกระหายในธรรมะตลอดเวลา ความรู้สึกนึกคิด ทรงอยู่กับองค์ภาวนาอยู่เสมอ จิตใจในยามนั้นไม่ฟุ้งซ่าน ไม่แส่ส่าย จิตสงบเยือกเย็นเป็นที่สุดจะพักผ่อนบ้างก็เพียง ๒ ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น
กำลังใจขณะนั้นช่างมีอำนาจเหลือเกิน สติตามรู้อารมณ์จิตตลอดเวลาทีเดียว แต่ความรู้เกิดขึ้นเห็นชัดเจนแจ่มใสมาก ก็เป็นตอนท่านพระอาจารย์มหาถาวร จิตฺตถาวโร เดินทางไปศึกษาที่เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย...ในช่วงนั้นท่านได้พรรษาที่ ๗ ระยะเวลาหนึ่งปีเศษที่ท่านเดินทางไปอยู่จำพรรษาอยู่ที่นั่นเป็นระยะเวลาในการปฏิบัติสมาธิธรรมได้ผลดียิ่ง ประกอบด้วยความสงบวิเวกของสถานที่ และไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะต้องทำให้คิด ดังนั้นจิตใจยามนั้น เกิดความสงบเป็นสัปปายะทางใจได้ดี
ความสงบที่เกิดจากการประพฤติปฏิบัติสมาธิ ทำให้สติปัญญาสว่างไสว ได้รับข้ออรรถธรรมแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น
เมื่อท่านมาถึงเมืองไทยในครั้งนั้นแล้ว ท่านพระอาจารย์มหาถาวร สามารถที่จะกล่าวย้ำความจริง โดยบอกแก่ตนเองและบรรดาญาติโยมทั้งหลายด้วยความกล้าหาญว่า... “ท่านได้รับธรรมะเต็มความภาคภูมิ และจะไม่ขอสึกออกจากการเป็นพระเลยเป็นอันขาด ชาตินี้ทั้งชาติ ถึงจะมาตัดคอท่าน ท่านก็ไม่ขอสึก”
ในพรรษาที่
๘ ท่านพระอาจารย์มหาถาวร ได้สละกำลังกาย กำลังใจ โดยถือว่า “บัดนี้ท่านได้มอบกายถวายชีวิตแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว
จะไม่มีสิ่งใดมาถอดถอนความตั้งใจของท่านได้แม้แต่ความตาย” ดังนั้นท่านได้ตั้งจิตเป็นสัจกิริยาบำเพ็ญเพียรขั้นอุกฤษฏ์ยิ่งที่เรียกว่า
“ปราบกิเลสด้วยการทรมาน” ท่านพระอาจารย์มหาถาวรได้เดินธุดงค์ไปปฏิบัติธรรมในถ้ำ
ถ้ำนี้เรียกว่า ถ้ำสระแก้วเขาฉกรรจ์ จังหวัดปราจีนบุรี “ด้วยการงดพูด และงดอาหาร”
ความเป็นจริงแล้ว ท่านพระอาจารย์ได้งดอาหารล่วงหน้ามาก่อน ๒ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้อธิษฐานไว้แล้ว
ต่อมาเริ่มงดพูดเมื่อไปถึงบริเวณถ้ำสระแก้ว ตั้งแต่เวลา ๒๑.๓๐ น.ของวันท
ี่๑กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ ปรากฎว่าในครั้งนั้น ท่านพระอาจารย์มหาถาวร ได้งดอาหารเป็นเวลา
๙ วัน และงดพูดเป็นเวลา ๗ วัน
ถ้ำสระแก้วเป็นถ้ำที่พระอาจารย์มหาถาวร
ได้เข้าบำเพ็ญสมณธรรม และเป็นถ้ำที่พระอาจารย์ได้พบในนิมิตรมานานแล้ว เมื่อมีโอกาสได้ไปก็ได้พบของจริงที่นั่น
ทั้งเป็นของจริงตามนิมิตร และของจริงที่เป็นสัจธรรมโดยแท้ ลักษณะภูมิประเทศบริเวณถ้ำสระแก้ว
อยู่บนเขาฉกรรจ์ การเดินทางเพื่อที่จะเข้าถ้ำนั้น ต้องเดินผ่านไร่นาของชาวบ้านเข้าไปก่อน
แล้วจึงมุ่งหน้าขึ้นเขา เมื่อเข้าไปถึงหน้าถ้ำ ก็จะเป็นหน้าผาสูงชัน การที่จะขึ้นไปถึงถ้ำนั้นได้
ขั้นแรกเราต้องปีนป่ายก้อนหิน เกาะต้นไม้ขึ้นไปบ้าง บางแห่งจะมีเถาวัลย์ให้โหนบ้าง
ลักษณะโหนพลิกตัวขึ้นไป จึงจะขึ้นถึงปากถ้ำได้ หรือถ้าจะให้สะดวกกว่าการป่ายปีนก้อนหิน
ก็ต้องใช้บันไดเชือก หรือที่เรียกว่าบันไดลิง โดยการนำปลายเชือกคล้องกับชะง่อนหินข้างบนให้แน่นเสียก่อน
แล้วจึงไต่บันไดลิงนั้นขึ้นไป ความสูงของถ้ำนั้นก็ประมาณ ๓๐ ขั้น ก็สามารถขึ้นถึงปากถ้ำได้เช่นเดียวกัน
ลักษณะถ้ำตอนหน้านี้
มีลานหินกว้างพอประมาณ ถัดเข้าไปมีเวิ้งถ้ำคูหาเล็กๆมีลมพัดเย็นสบายพอได้พักเหนื่อย
หลังจากที่ได้ออกกำลังปีนหน้าผาขึ้นมา ต่อจากนั้นเป็นที่อันสงบสัปปายะ
สำหรับการบำเพ็ญเพียรภาวนาอย่างดีสมควรที่เดียว
ถ้าต้องการที่จะลงไปให้ถึงสระน้ำ ที่เรียกว่าสระแก้วนั้น ซึ่งอยู่ชั้นข้างล่าง
เดินไปทางซ้ายมือมีช่องทางเล็กพอเดินลอดไปทีละคน เมื่อถึงตรงนี้ ถ้ามองลงไปจะเห็นลักษณะเหมือนปากปล่อง
อยู่ลึกมาก
การลงไปชมหรือพิสูจน์มีอยู่ทางเดียวคือ
ต้องใช้บันไดลิงลงไปถึงพื้นถ้ำ ความสูงประมาณตึก ๔ ชั้น บริเวณภายในถ้ำกว้างขวางมาก
จะเห็นเป็นหลืบเป็นช่องชั้นมากมาย จากการเดินลงมาเมื่อถึงพื้นแล้ว เดินมาทางซ้ายมือซักเล็กน้อย
จะเห็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้น มีลักษณะเหมือนบ่อ มีน้ำใสๆ ขังอยู่ แต่นี่ยังไม่ใช่สระแก้ว
ถ้าจะไปให้ถึงสระแก้วจริงๆ ต้องปีนขึ้นไปยังหินอีกชั้นหนึ่งจะมีสระน้ำอันใสสะอาดขังเต็มตลอดทั้งปี
ด้วยเหตุนี้ท่านพระอาจารย์มหาถาวรจึงได้ตั้งชื่อถ้ำนี้ว่า
ถ้ำสระแก้ว เพราะธรรมชาติสร้างสรรค์ตกแต่ง ดุจดังประดับด้วยอัญมณีมีค่า
เวลาต้องแสงจะส่งแววระยิบระยับงามจับตายิ่งนัก ดังกับว่าเราได้เดินทางไปชมเมืองลับแลฉันนั้น
ท่านที่นิยมธรรมชาติหรือสนใจที่จะหาสถานที่สัปปายะเพื่อประพฤติปฏิบัติธรรม
ผู้เขียนขอเชิญชวนด้วยความเคารพยิ่ง....
พระราชพิพัฒนาทร (พระอาจารย์มหาถาวร จิตฺตถาวโร)
พระอาจารย์ มหาถาวร จิตฺตถาวโร
วันเกิด ๔ มีนาคม ๒๔๙๕
ที่อยู่ปัจจุบัน กุฏิสุวรรณเนตร คณะ ๓ ๙๖๙ วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร ถนนพระราม๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๓๐
ประวัติการศึกษา
๑. เปรียญธรรม ๓ ประโยค เมื่อ พุทธศักราช ๒๕๑๙
๒. อักษรศาสตร์บัณฑิต (สันสกฤต ฮินดี) มหาวิทยาลัย สันสกฤตสัมปุระนานันทะ พาราณาสี ประเทศอินเดีย เมื่อ พุทธศักราช ๒๕๒๔
๓. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมวิทยา มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อ พุทธศักราช ๒๕๓๔
ประวัติการอบรม
๑. ได้รับการอบรมกรรมฐานจากครูบาอาจารย์พระกรรมฐานหลายรูป อาทิ เช่น หลวงปู่ขาว อนาลโย , หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี , พระราชมุนี (โฮม โสภโณ) , หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เป็นต้น
ผลงาน
๑. อบรมพระสังฆาธิการชั้นสูง ทั้งในและต่างประเทศ
๒. สร้างวัด , โรงเรียน , โรงพยาบาล , พัฒนาหมู่บ้าน และสังคม ฯลฯ
๓. ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร
๔. ผู้อำนวยการโครงการปฏิบัติธรรมศาลาพระราชศรัทธา
๕. ประธานบริหารวัดพุทธไทยถาวรวนาราม นครนิวยอร์ค
๖. ประธานที่ปรึกษาและอุปถัมภ์ชมรมรักษาและส่งเสริมพระพุทธศาสนา
๗. ประธานที่ปรึกษาและอุปถัมภ์สมาคมเทิดทูนพระรัตนตรัย
๘. ประธานบริหารการศึกษาพระภิกษุ-สามเณร กุลบุตร กุลธิดา และผู้ยากไร้
๙. ผู้อุปถัมภ์มูลนิธิศาลาพระราชศรัทธา และมูลนิธิถาวรจิตตถาวโร-วงศ์มาลัย
๑๐. ประธานอุปถัมภ์อำนวยการโครงการเมืองสหกรณ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
|