|

ปฏิปทาในการประพฤติปฏิบัติธรรมของท่านพระอาจารย์มหาถาวร
จิตฺตถาวโร ความเป็นจริงแล้วท่านได้มุ่งมั่นในการเจริญภาวนานับเริ่มแรกตั้งแต่การบวชเป็นสามเณรมาแล้ว
โดยมีหลวงน้า คือ ท่านพระอาจารย์บุญเคน จิตฺตปุญโญ เป็นผู้สอนในครั้งนั้นและท่านก็ได้พากเพียรมาโดยตลอดถ้าแม้มีเวลาขณะใด
โดยเฉพาะพระอาจารย์บุญเคนท่าน ถือว่าเป็นพระอาจารย์องค์แรก ที่สอนพระกรรมฐานให้ท่าน
การสอนในครั้งแรกนั้นท่านให้บริกรรมว่าพุท-โธ จนกระทั่งให้กำหนดสติในอิริยาบถต่างๆทั้งยืน
เดิน นั่ง นอน เป็นต้น
ท่านพระอาจารย์มหาถาวรเมตตาเล่าให้ฟังว่า... ปกติตอนเด็ก ท่านเป็นคนกลัวผีเป็นที่สุด
หลวงน้ารู้เข้าจึงให้ไปอยู่ป่าช้าเพียงลำพังคนเดียวและให้ช่วยเผาผีให้ด้วย...
ขณะที่เผาศพอยู่นั้น
พระอาจารย์มหาถาวร(สมัยเป็นสามเณรน้อยๆ)ก็ได้ถือไม้ไว้อันหนึ่งคอยเขี่ยศพ
มีอยู่ตอนหนึ่ง...ไส้ของศพนั้นตกลงมากองอยู่ข้างๆ ท่านก็รอดูอยู่ว่า...เมื่อไรหนอผีจะออกมาช่วยเผาบ้าง
?... คิดไปไม้ที่อยู่ในมือก็เขี่ยไส้ไปพลาง จนกระทั่งศพมอดไหม้หมดในคืนนั้น
และก็ไม่เห็นมีผีย่างกรายเข้ามาช่วยเผาด้วย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาท่านพระอาจารย์ก็ไม่เคยหวาดกลัวในเรื่องผีสาง
หรือคลางแคลงอีกเลย ท่านมารู้ว่า แท้ที่จริง ตัวเราหลอกตัวเองให้กลัวแท้ๆ
ภายหลังจากได้ย้ายจากวัดสำโรงยุทธาวาส
มาจำพรรษาที่วัดโพธิสมภรณ์นั้น ท่านพระอาจารย์มหาถาวร ได้มีโอกาสไปกราบนมัสการครูบาอาจารย์ที่สำคัญๆทั่วภาคอีสานเพื่อไปรับอุบายธรรม
ในการปฏิบัติบำเพ็ญเพียรภาวนา และได้จดจำปฏิปทาจริยวัตรต่างๆมาอบรมบ่มนิสัยของตนเองและบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายในปัจจุบัน
ปฏิปทาและอุบายธรรมที่ได้รับมาจากครูบาอาจารย์ ดังต่อไปนี้...

๑.ได้ไปอยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ขาว อนาลโย แห่งวัดถ้ำกลองเพล จังหวัอุดรธานี...
๒.ได้ไปอยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ฝั้น
อาจาโร แห่งวัดป่าอุดมสมพร จังหวัดสกลนคร...
๓.ได้ไปอยู่พักปฏิบัติพระกรรมฐานกับหลวงปู่เทสก์
เทสรังษี แห่งวัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย...
๔.ได้ไปอยู่ปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์มหาบัว
ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี
การไปปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์ดังกล่าวนี้ แต่ละครั้งไม่ได้ใช้เวลาอยู่พักนานนัก
แต่การเดินทางไปนมัสการเป็นไปในลักษณะไปบ่อยๆเดือนละ๓-๔ครั้ง เนื่องจากว่าท่านอยู่ใกล้ๆกันนั่นเอง
และในขณะที่ได้มาอยู่จำพรรษาที่วัดปทุมวนาราม
ท่านพระอาจารย์มหาถาวร
จิตฺตถาวโรท่านก็ได้ปฏิบัติใกล้ชิดอยู่กับ ท่านเจ้าคุณพระราชมุนี(หลวงพ่อโฮม
โสภโณ) ซึ่งท่านได้ถือเป็นครูบาอาจารย์องค์สุดท้ายของท่าน สำหรับ หลวงพ่อโฮม
โสภโณ ท่านได้ถ่ายทอดวิชาต่างๆให้กับพระอาจารย์มหาถาวร อย่างมากมายซึ่งสามารถนำมาช่วยเหลือประชาชนแม้แต่วิชาที่นำมารักษาโรคภัยไข้เจ็บ
ตอนที่หลวงพ่อโฮม ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้นท่านได้พาพระอาจารย์มหาถาวร ออกเดินธุดงค์ท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ เฉพาะในกรุงเทพฯ ท่านมักจะพาไปทำสมาธิภาวนาเป็นประจำที่ป่าช้าวัดดอนฯ เพราะในยามค่ำคืน เสียงรถหรือผู้คนน้อย มีความสงบวิเวกดีพอใช้ และอีกแห่งหนึ่งคือป่าช้าชลบุรี จ.ชลบุรี... ท่านพระอาจารย์มหาถาวรได้เล่าให้ฟังว่า การปฏิบัติสมาธิภาวนาตอนแรกๆ ท่านไม่ค่อยจะทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจมากนัก เช่นครั้งหนึ่ง... หลวงพ่อโฮมท่านได้พาไปธุดงค์ที่วัดเขาไทรสายัณห์ ปากช่อง จ.นครราชสีมา วัดนี้ตั้งอยู่บนภูเขา คืนนั้นท่านพระอาจารย์เล่าว่า อากาศหนาวจัดกว่าปกติ หลวงพ่อโฮม ท่านสั่งให้เดินจงกรมรอบๆ พระเจดีย์บนยอดเขา ซึ่งแสนจะเยือกเย็น... แล้วหลวงพ่อโฮมท่านก็เดินมานอนขวางทาง ที่จะเดินลงจากภูเขาไว้เสียด้วย...
ขณะที่พระอาจารย์มหาถาวรตั้งหน้าตั้งตาเดินจงกรมอยู่กลางดึกสงัดนั้น ท่านเล่าว่า... “หนาวก็หนาว ง่วงก็ง่วงหลวงพ่อก็มานอนขวางทางเสียอีก เอ...จะลงก็ลงไม่ได้ ถ้าเราเดินไปเสียงดังท่านเกิดรู้สึกตัว เราก็ต้องเดินทั้งคืน...ทำอย่างไรดี” เลยคิดหาหนทางอ้อมลงข้างๆ ทางซึ่งบริเวณนั้นเป็นป่า แล้วก็วกขึ้นไปบนถนน ต่อจากนั้นก็รีบวิ่งลงไปจากเขาไปยังศาลาข้างล่าง ความหวังก็จะลงนอนห่มผ้าให้หายหนาวเสียที...
ขณะที่ล้มตัวลงนอนจะให้สบายนั้น พอเงยหน้าขึ้นมา ก็พบหลวงพ่โฮมท่านกำลังมายืนอยู่ข้างๆ และได้ยินคำสั่งว่า ให้ไปเดินจงกรมบนภูเขาตามเดิมอีก เป็นอันว่า ความหวังที่ตั้งใจจะนอน เลยต้องเปลี่ยนไปเดินจงกรมตลอดรุ่งแทน
ครูบาอาจารย์ฝ่ายกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น
ท่านได้กล่าวไว้ว่า... การเดินจงกรม คือการกลั่นกรองหาสิ่งที่เป็นสารคุณในตัวเราซึ่งป็นงานสำคัญและมีผลเกินคาด
การกลั่นกรองจิตด้วยการเดินจงกรม เพื่อให้ทราบว่าอันไหนจะทำให้เกิดทุกข์
อันไหนจะทำให้เกิดสุข และอันไหนจะพาไปพระนิพพาน การกำหนดจิตตั้งสติในเวลาเดินจงกรมควรทำให้สมเจตนามุ่งหน้าหาของดี
และเป็นการหาของดีที่ถูกทางไม่มีข้อตำหนิ นักปราชญ์ชมเชยยิ่งนัก ควรทำจิตใจให้สงบในเวลานั้นให้ได้
อย่าสักว่าแต่เดิน แล้วจะเห็นความประเสริฐอัศจรรย์ของตัวเอง มิใช่จะมานั่งนอนคอยสิ่งที่น่ากลัวโดยมิได้คิดอ่านอะไรเลยราวกับหมูคอยขึ้นเขียง
คอยแต่เพลิดเพลินในแกลบรำเพราะเห็นแก่ปากแก่ท้องเพียงเท่านั้น จะปล่อยชีวิตให้เสียการ
นอกจากนี้แล้วหลวงพ่อโฮม
โสภโณ ยังได้พาศิษย์รักของท่านคือ พระอาจารย์มหาถาวร เดินธุดงค์ไปทั่วภาคอีสาน
โดยเดินทางด้วยเท้าเปล่าจากวัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ แล้วท่านก็มุ่งหน้าไปเรื่อยๆ
ค่ำไหนก็เข้าพักที่วัดตามระหว่างทางที่นั่น... เมื่อถึงเวลาจังหัน ก็ปูผ้าฉันกันข้างๆ
ทางนั่นเอง โดยถือฉันในบาตร ท่านสอนการฝึกตนด้วยวิธีง่ายๆ ฉันง่าย นอนง่าย
อยู่ง่าย อันเป็นนิสัยของสมณะผู้เป็นบุตรของพระตถาคต
สำหรับพระอาจารย์มหาถาวร
จิตฺตถาวโร ท่านได้รับกำลังใจในการฝึกฝนจากหลวงพ่อโฮมเป็นอันมาก การเดินธุดงค์ในครั้งนั้นหลวงพ่อได้เดินไปจนถึงจังหวัดหนองคาย
เข้าพักบำเพ็ญเพียรที่วัดหินหมากเป้ง พระอาจารย์มหาถาวรเล่าว่า...
“พอไปถึง
ทางวัดหินหมากเป้ง ท่านได้ต้อนรับด้วยน้ำใจไมตรีและทางวัดได้จัดที่พักให้สองที่คือ
ที่หนึ่งเป็นของหลวงพ่อ อีกที่หนึ่งเป็นของพระอาจารย์มหาถาวร แต่พอถึงเวลาจำวัดหลวงพ่อก็เข้าไปจำวัดแทนที่เสียแล้ว
ตกลงคืนนั้น ท่านอาจารย์มหาถาวร ก็ไม่ได้จำวัดเลย ต้องออกมาเดินจงกรมตลอดทั้งคืน”

ในเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เป็นที่กล่าวขวัญกันอยู่เสมอๆและเป็นสิ่งที่บุคคลต่างๆ
ยังไม่เข้าใจอีกทั้งยังแสดงมิได้ ถึงกระนั้นก็พยายามศึกษาค้นคว้าที่จะได้มาประดับความรู้ของตนเอง
คนสมัยใหม่ไม่ค่อยจะเชื่อในเรื่องนี้นัก และเข้าใจว่าเป็นเรื่องเหลวไหล
ไม่สามารถพิสูจน์เหมือนอย่างวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์ เพราะทางด้านวิทยาสาสตร์เขาพิสูจน์ให้ดูและเห็นได้
ดังนั้น พระอาจารย์มหาถาวร จึงได้ออกเดินธุดงค์ไปทางภาคเหนือ และได้รับข่าวความโด่งดังในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์จากพระอาจารย์องค์หนึ่ง
ท่าชื่อหลวงพ่อยี ปัญญาภาโร แห่งวัดดงตาก้อนทองหรือวัดอภัยสุพรรณภูมิ
เมื่อท่านพระอาจารย์มหาถาวรเดินธุดงค์ไปถึงก็ได้ศึกษาวิชาเหล่านี้
และได้พิสูจน์ความจริงในเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ ที่เกิดจากอำนาจจิตขั้นฌานสมาบัติจนเป็นที่พอใจ
ทำให้ท่านพระอาจารย์มหาถาวร ได้เห็น ได้รู้ และมั่นใจได้ว่า เรื่องอิทธิปาฏิหาริย์นี้มีจริง!...
แต่ทางอิทธิฤทธิ์นี้ ท่านพระอาจารย์มหาถาวรได้ศึกษาเพื่อประดับความรู้เท่านั้น
เพราะนั่นมิใช่ทางออกจากทุกข์ ส่วนที่ท่านทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังใจ คือการประพฤติปฏิบัติธรรม
เจริญด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา มากกว่า
|