|
พระกรรมฐาน กลางกรุง ........โดย. ดำรงค์ ภูระย้า
พระอาจารย์มหาถาวร จิตฺตถาวโร ท่านได้พำนักจำพรรษอยู่ วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ณ แหล่งนักปราชญ์ราชบัณฑิตวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพฯ ซึ่งอดีตเคยเป็นสถานที่พระปรมาจารย์ หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล และ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เคยอยู่พำนักจำพรรษาเป็นประจำ ก่อนที่จะเสนอปฏิปทาของท่าน ผู้เขียนขออ้างความเป็นมาแก่ท่านผู้อ่านเสียก่อน ดังนี้...

- พระอาจารย์มหาถาวร จิตฺตถาวโมีนามเดิมว่า ถาวร วงศ์มาลัย กำเนิดเมื่อวันที่
๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ตรงกับวันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๔ ปีมะโรง ณ หมู่บ้านโนนศิลาเลิง
ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ บิดาผู้ให้กำเนิดคือ นาย โส
นาชัยเพชร
มารดาผู้ให้กำเนิดคือนาง ศรีทา นาชัยเพชร
- เมื่อท่านพระอาจารย์เกิดโยมมารดาท่านก็เสีย เนื่องจากการคลอดในวันนั้น
ความเชื่อถือของคนสมัยก่อนแปลความหมายไปในสิ่งที่ไม่เป็นมงคลแต่ความเป็นจริงแล้ว
นับว่าเป็นการสร้างบารมีซึ่งกันและกันมากกว่า เพราะเมื่อโยมมารดาเสียชีวิตในขณะนั้น
ก็เท่ากับการยุติ การทำบาปทั้งหลาย ทั้งปวง และถ้ายังมีชีวิตอยู่ ท่านอาจารย์คงมิได้ออกบวชบำเพ็ญเพียรปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นได้อย่างนี้...
ญาติผู้ใหญ่ของท่านพระอาจารย์มหาถาวร...ได้เล่าว่า... พอนางศรีทาเสียชีวิต
ญาติพี่น้องรู้ข่าวก็มาเยี่ยมกันเต็มบ้าน ฝ่ายนายโส(บิดาของท่าน)เมื่อภรรยาคลอดบุตรและถึงแก่กรรม
ทิ้งทารกน้อยไว้ให้เช่นนี้ตนเองก็ไม่รู้ว่าจะเลี้ยงได้อย่างไรจึงออกปากไปว่า...
“ ใครจะเอาไปเลี้ยงก็เอาไปเถิด”

- ด้วยสร้างบุญกัน
- นายติ่งและนางพั้ว
ในขณะนั้นมีลูกอยู่แล้ว๘คน ลูกคนเล็กก็โตมากแล้ว แต่ด้วยน้ำใจที่เคลือบแฝงไว้ด้วยคุณธรรมหรือจะเป็นบุญบารมีที่สองสามีภรรยากับทารกน้อยๆนี้
เคยสร้างสมอบรมกันมาแต่เก่าก่อน จึงเป็นเหตุให้สามชีวิตเข้าอุปถัมภ์อยู่ร่วมกันด้วยความรักและเมตตาอย่างที่สุดก็เป็นได้
เมื่อทารกร้องจะกินนมนางพั้ว ก็เอานมของนางให้ดูด แต่น้ำนมที่ไหลออกมา
เป็นเพียงน้ำใสๆ เท่านั้น พอดีนางตีบ ภูกองสังข์ ลูกสาวคนโตของนายติ่งและนางพั้วกำลังเป็นแม่ลูกอ่อน
ทารกกำพร้าน้อยๆ นั้นก็ได้อาศัยน้ำกลั่นอันเป็นน้ำนมใจของนางตีบ ได้ดื่มกินเลี้ยงเติบโตแข็งแรงมาจนเป็นเด็กชาย
ถาวร วงศ์มาลัย อันเป็นที่รักของนายติ่งและนางพั้วตลอดจนพี่ๆทั้งหลายเป็นยิ่งนัก...
จะเห็นได้ว่า
เด็กชายถาวร วงศ์มาลัย เขาได้เกิดมาในชาตินี้แล้ว มีบิดา - มารดา ที่นับญาติเป็นบารมีอย่างแท้จริง
กล่าวคือ มีบิดาถึง ๓ ท่าน มีมารดาถึง ๓ ท่าน และพร้อมที่จะให้ความอบอุ่นในอ้อมอก
อย่างเท่าเทียมกัน ถึงแม้จะกำพร้าจากบิดามารดาคนแรก
ณ. วัดโพธิสมภรณ์นี้ ได้มีโอกาสศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติภาวนาควบคู่กันไป จนมีความรู้ความสามารถยิ่งขึ้น แต่การศึกษาของสามเณรมิได้อยู่เฉพาะที่ ท่านจำพรรษาในถิ่นต่างๆดังนี้...
วัดโพธิสมภรณ์ ท่านได้อยู่จำพรรษานานถึง ๖ พรรษา วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ท่านได้อยู่จำพรรษาได้ ๑ พรรษา แล้วกลับไปอยู่จำพรรษาวัดโพธิสมภรณ์อีกครั้ง จากนั้นท่านได้ออกเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาอยู่จำพรรษา ณ วัดปทุมวนาราม(หน้ากรมตำรวจปัจจุบัน) สามเณรถาวร วงศ์มาลัยท่านถือหลักปฏิปทาของพระบูรพาจารย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต อย่างขึ้นใจว่า “คนที่อ่อนแอ เห็นทีจะเอาดีไม่ได้ และไม่เคยมีใครบรรลุธรรมด้วยการอยู่ไป กินไป นอนไป ตามใจชอบ โดยไม่มีการศึกษา ฝึกทรมานใจเลย” คำสอนของพระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน ท่านกล่าวไว้ว่า “เรื่องของจิตใจ ต้องฝึกฝนต้องทรมานอย่างนี้ มันหิว มันขี้เกียจ มันหิวนอน ก็ต้องเอาให้หนัก จิตคนเราโดยมากมันชอบผาดโผนประจำนิสัย ต้องเอาจริงเอาจังไม่เหลาะแหละ ว่าสู้ก็ต้องสู้จริงๆว่าตายก็เอาให้ตายจริงๆ เราเป็นไม่ถอย นี่เลือดนักสู้เลือดนักปฏิบัติธรรม”
ในระยะนี้สามเณรถาวร มีความพึงพอใจกับชีวิตของนักบวชยิ่งนัก เพราะการบวชเข้ามาในร่มโพธิของบวรพระพุทธศาสนาเท่ากับเดินทางที่ถูกต้องแห่งชีวิตเป็นการดำเนินไปสู่พื้นฐานแห่งการดับทุกข์ได้จริง ผลแห่งการศึกษาและการปฏิบัติที่ผ่านๆ มาท่านได้รับผลเป็นที่น่าพึงพอใจ ทั้งเลิศทั้งประเสริฐทั้งอัศจรรย์อันเหนือ
โลกเป็นเครื่องสนองตอบแทนสิ่งที่เสียไป คือ... “ความเพียรอันแรงกล้านั้นๆ” ปกติแล้ว ไม่ว่านักบวชและนักประพฤติปฏิบัติธรรม ย่อมมีความปรารถนาสิ่งสูงสุดด้วยกันทั้งสิ้น กล่าวคือ ความดี
“ความดีนั้น...มีแต่ผู้ปรารถนากันทั่วหน้า ความดีและศาสนา จึงมิได้เป็นของล้าสมัยดังที่คนบางคนเข้าใจกัน”
บุญกุศลทั้งหลายอันมีศาสนาเป็นแหล่งผลิตคนดี ถ้ามิใช่คนดีจะนำศาสนาออกสอนโลกไม่ได้แน่นอน
“หลักศาสนาอย่างน้อยก็คือหัวใจของคนดีนั่นเอง” และนี่เป็นคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ผู้รู้ทั้งหลายในที่สุด
ต่อมาในปีพ.ศ.๒๕๑๖สามเณรถาวร
วงศ์มาลัย ได้เข้าบวชเป็นภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ณ วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ
โดยมี ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชผาติการาม เป็นพระอุปัชฌาย์
ได้รับฉายาว่า “จิตฺตถาวโร” เมื่อพระอาจารย์มหาถาวร จิตตฺถาวโร ได้อุปสมบทแล้ว
ท่านได้อยู่จำพรรษา ณ วัดปทุมวนารามตั้งแต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบันนี้

ท่านได้เริ่มศึกษาพระธรรมวินัยด้วยความวิริยะพากเพียรทั้งมีความอดทนเป็นพิเศษ
จนได้รับความสำเร็จดังนี้
พ.ศ.๒๕๑๐ สอบได้นักธรรมตรี
พ.ศ.๒๕๑๑
สอบได้นักธรรมโท
พ.ศ.๒๕๑๒
สอบได้นักธรรมเอก
พ.ศ.๒๕๑๓
สอบได้เปรียญธรรมประโยค ๑ และ ๒
แล้วเว้นไปจนถึง
พ.ศ.๒๕๑๙ ท่านก็ได้สอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยค ภายหลังจากนั้นท่านก็ไม่ได้สอบอีกเลย
ปริญญาตรี
พ.ศ.๒๕๑๗
สอบเทียบได้ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗ และในปีต่อๆ มา ก็สอบได้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๓-๔-๕
ตามลำดับจนกระทั่ง
พ.ศ.๒๕๒๔
ท่านพระอาจารย์มหาถาวร จิตฺตถาวโร ท่านสามารถสอบได้ปริญญาตรีอักษรศาสตร์สาขาวิชาเอกสันสกฤตและฮินดี
ณ. มหาวิทยาลัยสันสกฤต เมืองพาราณสีประเทศอินเดีย |